ผู้เขียน หัวข้อ: พ่วงแบตฯ ผิดขั้วเป็นไรไหม....  (อ่าน 1299 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ GASS_OH NDC 1387

  • ไมล์ 101-300
  • *
  • เจ้าของกระทู้
  • กระทู้: 213
  • ลำดับสมาชิก: 8643
  • คะแนน Like 14
  • เหมือนคนอื่นทำไม ในเมื่อเราแตกต่างได้
  • จังหวัด: สมุทรปราการ
  • ชื่อเล่น: อ๊อด คร้าบ
เมื่อคืน สังสรรค์กับเพื่อนนิดหน่อยครับ พอเมาได้ที่ก็เปิดเครื่องสียงฟังกัน รถที่เปิดเครื่องเสียงเป็น NEW CIVIC ครับ ฟังอยู่นานจนแบตฯหมด เจ้าของรถเลยบอกผมให้เอารถมาเทียบขอพ่วงแบตหน่อย ผมก็ขับรถมาเทียบเปิดฝากระโปรงได้ก็ พัลวันเลยครับ ไม่รู้มือใครเป็นมือใคร มีแต่คนเก่งๆทั้งนั้น ผมพยายามย้ำแล้วนะครับว่า ให้ดูดีๆ เอาบวกเข้าบวก เอาลบเข้าลบ คีบเสร็จ มีประกายไฟนิดหน่อย (ตอนนั้นรถผมติดเครื่องอยู่) สักพักควันขึ้นครับพี่น้อง ปลดสายพ่วงแทบไม่ทัน ร้อนจี๊ดเลยครับ เวลานั้น ผมสร่างเมาทันที ตั้งสติได้ก็ดับเครื่องครับ ตรวจดูไม่มีอะไรเสียหาย เลยคีบอีกครั้งให้ถูกต้อง สตาร์ทติด เรียบร้อยดี แต่ผมกังวลมากเลยครับ กลัวว่าจะมีปัญหากับส่วนอื่นๆกับรถ พวกกล่องต่างๆ ฟิวส์ อุปกรณ์อีเล็กทรอนิกส์ ต่างๆ เลยอยากถามผู้รู้ครับ ผมต้องเช็คอะไรเป็นพิเศษมั๊ยครับ ไม่สบายใจเอามากๆ ยังไงรบกวนด้วยครับ เมื่อเช้าขับมาทำงานปกติดีไม่มีปัญหาอะไร
 emo28 emo28 emo28




HI 4D 2.5vgs Z สีดำๆ NDC. 1387  "มังกรพลัดถิ่น หรือจะสู้ งูดินเจ้าที่"

ออฟไลน์ SEKSAN047

  • NDC. Staff Team
  • ไมล์ 8001-9000
  • *
  • กระทู้: 10220
  • ลำดับสมาชิก: 675
  • คะแนน Like 387
  • เสก NDC.158 โซนตะวันออก ระยอง Tel. 081-926-6369
Re: พ่วงแบตฯ ผิดขั้วเป็นไรไหม....
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 06ก.ย.2013, 15:26:39 »
ต้องระวังมากเลยครับ ดีไม่ดีระเบิดเอาง่ายๆ ถ้ามีไฟมากด้วยกันทั้งคู่หรือคีบไว้เป็นเวลานานๆบอกตามตรงน่ากลัวครับ...  emo4
เอาไปอ่านดูครับ...

***การพ่วงแบตเตอรี่
 ปัญหาการเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ เนื่องจากอายุการใช้งาน หรือการขาดการเอาใจใส่ของผู้ใช้รถ ซึ่งหน้าที่ของแบตเตอรี่คือการ จ่ายกระแสไฟไปยังระบบต่างๆ ของตัวรถ ดังนั้นเมื่อแบตเตอรี่ไม่มีกระแสไฟเพียงพอ รถก็จะสตาร์ทไม่ติด ซึ่งวิธีแก้ไขเฉพาะหน้าที่นิยมทำกันก็คือ การจั๊มแบตเตอรี่ หรือที่หลาย คนเรียกว่าการพ่วงแบตฯ ซึ่งหมายถึงการต่อสายพ่วงแบตเตอรี่ที่มีไฟเข้ากับแบตเตอรี่ที่ไฟหมดในรถยนต์ เพื่อสตาร์ทเครื่องยนต์ แล้วถอดสายพ่วงออก ไม่ใช่การเปลี่ยนเป็นแบตเตอรี่ ลูกใหม่ที่มีไฟเต็ม การพ่วงแบตเตอรี่ มักทำเมื่อแบตเตอรี่มีไฟไม่พอในการสตาร์ทเครื่องยนต์ ซึ่งอาจเกิดจากการเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่หรือระบบการชาร์จไฟบกพร่อง ซึ่งสังเกตได้จากสัญญาณไฟเตือนรูปแบตเตอรี่บนแผงหน้าปัดถ้าในแบตเตอรี่มีกระแสไฟฟ้าเพียงพอ สำหรับระบบต่างๆ ของเครื่องยนต์ เช่นระบบหัวฉีด ปั๊มส่งน้ำมันเชื้อเพลิง ฯลฯ จะไม่มีรูปแบตเตอรี่แสดง

  ถ้าเป็นรถยนต์ระบบเกียร์ธรรมดาที่สามารถเข็นได้ โดยใส่เกียร์ 2 เหยียบคลัตช์จมสุด เมื่อเข็นได้ความเร็วที่เหมาะสมแล้ว จึงถอนคลัตช์พร้อมกดคันเร่ง เพื่อเร่งการชาร์จเข้าสู่แบตเตอรี่ แต่ถ้าไม่มีคนช่วยเข็นหรือไม่มีพื้นที่ให้เข็นหรือเป็นรถยนต์เกียร์อัตโนมัติ ต้องใช้การพ่วงแบตเตอรี่จากรถยนต์อีกคัน หรือยกแบตเตอรี่มาพ่วงด้วยสายพ่วง ซึ่งต้องทำด้วยความระมัดระวัง ห้ามสลับขั้วเด็ดขาด เพราะอาจทำให้ไฟฟ้าลัดวงจรและเกิดความเสียหายกับเครื่องยนต์ได้ โดยเฉพาะเครื่องยนต์หัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์สายพ่วงแบตเตอรี่จะมีด้วยกัน 2 เส้น ใช้สีต่างกันเพื่อป้องกันการสับสน โดยส่วนใหญ่จะเป็นสีดำ และสีแดง ความยาวประมาณ 1-2 เมตร มีตัวหนีบทำด้วยโลหะอยู่ที่ปลายสายทุกเส้น สีของสายพ่วงที่แตกต่างกัน เพื่อป้องกันการสับสนเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องพ่วงสายสีแดงเข้ากับขั้วบวก (+) เสมอไป จะใช้พ่วงเข้ากับขั้วลบ (-) ก็ได้ ถ้าไม่สับสน การซื้อสายพ่วงแบตเตอรี่ ควรเลือกตัวไส้ในที่เป็นสื่อนำไฟฟ้ามีขนาดใหญ่ ไม่ใช่ดูเพียงขนาดภายนอก เพราะอาจใหญ่เฉพาะฉนวนแต่ไส้ในเล็กก็เป็นได้ ซึ่งจะส่งผลเสียคือ ถ้าใช้พ่วงแบตเตอรี่ที่มีแอมป์สูงๆ อาจทำให้สายพ่วงร้อนจนไหม้หรือละลายได้ ส่วนฉนวนภายนอกก็เลือกดูที่มีความเหนียวและยืดหยุ่น และตัวหนีบควรทำด้วยโลหะที่มีความหนาพอควร และสามารถหนีบได้อย่างแน่นหนา

  การพ่วงแบตเตอรี่เริ่มจากการดับเครื่องของรถยนต์ทั้ง 2 คัน เริ่มหนีบขั้วบวก (+) ของแบตเตอรี่ลูกที่ไฟหมด ก่อน โดยถือปลายสายอีกด้านลอยไว้ แล้วจึงหนีบขั้วบวกของแบตเตอรี่ลูกที่มีไฟ จากนั้นหนีบปลายสายอีกเส้นเข้ากับขั้วลบ (-) ของแบตเตอรี่ลูกที่มีไฟ โดยถืออีกปลายสายลอยไว้ เพื่อไม่ให้ช็อต แล้วหนีบอีกปลายเข้ากับตัวถังหรือโลหะในห้องเครื่องยนต์ของรถยนต์คันที่ไม่มีไฟ ไม่ควรหนีบเข้ากับขั้วลบของแบตเตอรี่ที่ไฟหมด เป็นการป้องกันการระเบิดของแบตเตอรี่เมื่อเครื่องยนต์ทำงาน (ซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก) การหนีบสายต่างๆ เข้ากับขั้วแบตเตอรี่ และตัวถัง ต้องแน่ใจว่าหนีบได้อย่างแน่นหนา เพื่อป้องกันการสปาร์ค หรือหลุดไปแตะกับส่วนอื่น จนเกิดการรัดวงจร จากนั้นสตาร์ทเครื่องยนต์ของรถยนต์คันที่มีไฟ แล้วจึงสตาร์ทเครื่องยนต์คันที่ถูกพ่วง เมื่อเครื่องยนต์ติดแล้วจึงถอดสายพ่วงออกทีละขั้ว โดยเริ่มจากปลายสาย ด้านที่หนีบอยู่กับตัวถังรถ แล้วจึงถอดปลายอีกด้าน จากนั้นให้ถอดปลายสายขั้วบวก (+) ที่หนีบอยู่กับแบตเตอรี่ลูกที่มีไฟ แล้วจึงถอดปลายสายอีกด้าน โดยในการถอดก็ต้องระวังไม่ ให้ปลายสายสัมผัสกับสิ่งใดถ้าสาเหตุมาจากแบตเตอรี่เสื่อมสภาพ แต่ระบบชาร์จไฟยังปกติ เมื่อสตาร์ทเครื่องยนต์ติดแล้ว ก็สามารถขับต่อไปได้ โดยขณะจอดควรเร่งรอบเครื่องยนต์ไว้ เพื่อ ให้ไดชาร์จผลิตไฟฟ้าได้มากขึ้น และระวังไม่ให้เครื่องยนต์ดับ เพราะไม่รู้ว่าแบตเตอรี่จะมีไฟพอสำหรับสตาร์ทเครื่องยนต์อีกหรือไม่ถ้าไม่อยากพ่วงแบตเตอรี่ ควรตรวจสอบอุปกรณ์ในระบบการชาร์จอย่างสม่ำเสมอ เติมน้ำกลั่นแบตเตอรี่ให้อยู่ระดับที่กำหนด และเปลี่ยนลูกใหม่ทุก 2-3 ปี ถึงแม้ยัง ใช้งานได้แต่ก็เสื่อมสภาพไปมากแล้ว

***จุดสำคัญที่ควรระมัดระวัง
  จุดสำคัญที่ควรระมัดระวังคือ ฉนวนหุ้มขั้วบวก จะต้องอยู่ในสภาพไม่ฉีกขาด ถ้าไม่มีต้องรีบหาซื้อมาใส่ เพราะอาจทำให้ระบบไฟหรือแบตเตอรี่ได้รับความเสียหายได้เนื่องจากขั้วบวกไปแตะกับฝากระโปรง รถทำให้เกิดการลัดวงจรขึ้น ประกายไฟ ทำให้แบตเตอรี่เกิดระเบิดขึ้นได้ รูหายใจตามจุกต่างๆ อย่าให้อุดตัน กรณีจอดรถทิ้งไว้นาน หรือ ลืมปิดไฟ ทำให้กระแสไฟในแบตเตอรี่หมด (สังเกตุจากการบีบแตรแล้วไม่ดัง) ไม่ควรสตาร์ทรถโดยการพ่วงแบตเตอรี่ เพราะแบตเตอรี่ที่ไฟหมดจะ ดึงกระแสไฟฟ้าจากแบตเตอรี่อีกคันหนึ่งมามาก ในกรณีนี้จะต้องถอดแบตเตอรี่ออกจากรถออกมาชาร์ตไฟโดยใช้เครื่องชาร์ตไฟโดยตรง เมื่อน้ำกรดในแบตเตอรี่แห้งลง ให้เติมด้วยเติมน้ำกลั่นเท่านั้น ให้เปิดจุกแบตเตอรี่ออกให้หมดทุกช่อง อย่าเปิดเพียงช่องใดช่องหนึ่ง และเติมน้ำกลั่นให้ถึงขีดบนพอดี ในกรณีที่สตาร์ตเครื่องยนต์ไม่ติด ให้ตรวจสอบการหลวมของขั้วแบตก่อนเป็นอันดับแรก โดยการโยกเบาๆ ควรจะมีแผ่นยางรองที่ฐานของแบตเตอรี่ เพื่อป้องกันการผุกร่อน ขั้วแบตเตอรี่มีขี้เกลือจับ ให้ใช้น้ำร้อนราดลงที่ขั้ว แล้วทำความสะอาดโดยใช้แปรงลวดขัด เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทาขั้วด้วยจารบีเพื่อป้องกันมิให้เกิดขี้เกลือขึ้นอีกในภายหน้า

***ในการถอดขั้วแบตให้ทำดังนี้
  ถอดขั้วลบออกก่อนเสมอ (หากถอดขั้วบวกออกก่อน ในขณะขันประแจอาจจะไปถูกชิ้นส่วนที่เป็นโลหะทำให้เกิดประกายไฟได้) แล้วถอดขั้วบวก
ในการใส่ ให้ทำกลับกัน คือใส่ขั้วบวกก่อนแล้วจึงใส่ขั้วลบ หลีกเลี่ยงการใช้ ค้อนตอกขั้วแบตเตอรี่ เพราะจะทำให้ขั้วแบตชำรุด จะต้องใส่ขั้วสายแบตเตอรี่ให้แน่นพอดี เพื่อให้กระแสไฟฟ้าเดินได้สะดวก แต่อย่าให้แน่นเกินไปเพราะจะทำให้ขั้วแบตเสียหาย ควรตรวจดูน้ำกลั่นอย่างน้อยที่สุดสัปดาห์ละครั้ง ระมัดระวังไม่ให้น้ำกรดในแบตเตอรี่ถูกเสื้อผ้า หรือตัวถังของรถ

***สาเหตุที่ทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็ว
ขั้วแบตเตอรี่หลวม เกิดความร้อนขึ้นที่ขั้ว
วิธีแก้ไข:: ถอดขั้วออก และใส่ใหม่อีกครั้ง
วิธีป้องกัน:: ตรวจสอบ และทำความสะอาดขั้วแบตเตอรี่อย่างสม่ำเสมอนะครับ

***ขั้วแบตเตอรี่สกปรกไฟเดินไม่สะดวก
วิธีแก้:: แก้ไขโดย ถอดขั้วออกใช้น้ำร้อนเททำความสะอาด เสร็จแล้วทาที่ขั้วด้วยจารบี
วิธีป้องกัน:: ตรวจสอบ และทำความสะอาดขั้วแบตเตอรี่อย่างสม่ำเสมอนะครับ

***เปิดไฟส่องหน้ารถ หรือ ไฟส่องสว่าง หรือ เปิดวิทยุเทปเป็นเวลานานๆ (แบตเตอรี่ไฟหมด)
วิธีแก้:: แก้ไขโดย อัดไฟแบตเตอรี่เพิ่มอย่างสมบูรณ์ พร้อมกับให้ช่างตรวจสอบระบบไฟรถยนต์อีกครั้งหนึ่ง
วิธีป้องกัน:: ตรวจสอบสัญญาณไฟรถยนต์ทุกจุดหลังจากดับเครื่องยนต์แล้วนะครับ

***ระบบไฟรถยนต์รั่ว
วิธีแก้:: แก้ไขโดย ตรวจสอบระบบไฟรถยนต์อีกครั้ง (มาตรฐานกระแสไฟจากไดนาโม 13.5-14.5v หากทำการอัดไฟแล้วไม่ได้เปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่)
วิธีป้องกัน:: ให้ช่างผู้ชำนาญด้านระบบไฟรถยนต์ ตรวจสอบระบบไฟรถยนต์ทุกๆ 6 เดือนนะครับ

***เปิดไฟส่องหน้ารถ หรือ ไฟส่องสว่าง หรือ เปิดวิทยุเทปเป็นเวลานานๆ (แบตเตอรี่ไฟหมด)
วิธีแก้:: แก้ไขโดย อัดไฟแบตเตอรี่เพิ่มอย่างสมบูรณ์ พร้อมกับให้ช่างตรวจสอบระบบไฟรถยนต์อีกครั้งหนึ่ง
วิธีป้องกัน:: ตรวจสอบสัญญาณไฟรถยนต์ทุกจุดหลังจากดับเครื่องยนต์แล้วนะครับ

***ไดนาโมเรกกูเรเตอร์รถยนต์ ไม่สมบูรณ์ ชาร์ตด้วยกระแสไฟมากหรือน้อยเกินไป(มีผลทำให้ธาตุแบตเตอรี่เสื่อม)
วิธีแก้:: ตรวจสอบระบบไฟรถยนต์อีกครั้ง (มาตรฐานกระแสไฟจากไดนาโม 13.5-14.5v หากทำการอัดไฟแล้วไม่ได้เปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่)
วิธีป้องกัน:: ให้ช่างผู้ชำนาญด้านระบบไฟรถยนต์ ตรวจสอบระบบไฟรถยนต์ทุกๆ 6 เดือนนะครับ

***ทิ้งแบตเตอรี่ หรือรถยนต์ไว้ ไม่ใช้งานเป็นเวลานาน นานกว่า 3 สัปดาห์ (มีผลทำให้ธาตุแบตเตอรี่เสื่อม)
วิธีแก้:: อัดไฟแบตเตอรี่เพิ่มอย่างสมบูรณ์ (หากทำการอัดไฟแล้วยังไม่ได้เปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่)
วิธีป้องกัน:: สตาร์ทเครื่องยนต์สัปดาห์ละครั้ง เร่งเครื่องให้เกิน 2,000 รอบ โดยใช้เวลา 2-3 นาทีนะครับ

***อัดไฟแบตเตอรี่ไม่สมบูรณ์
วิธีแก้:: อัดไฟแบตเตอรี่เพิ่มอย่างสมบูรณ์อีกครั้ง
วิธีป้องกัน:: วัดโวลท์ถึง 12 v และวัดค่าถ่วงจำเพาะน้ำกรดทุกช่องถึง 1,250นะครับ

***แบตเตอรี่หมดอายุการใช้งานนั้น จำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่แล้วล่ะครับ
แต่จริงๆแล้วก็น่าจะป้องกันไว้ก่อนด้วยการ ตรวจสอบแบตเตอรี่หลังจากใช้งานแล้ว 1 ปีนะครับ
วิธีป้องกัน:: ป้องกันไว้ก่อนด้วยการ ควรตรวจเช็คเติมน้ำกลั่น และทำการอัดไฟแบตเตอรี่อย่างสม่ำเสมอนะครับ

***ระดับน้ำกรดในแบตเตอรี่ต่ำกว่าแผ่นธาตุ หรือน้ำกรดแห้ง
วิธีแก้:: เติมน้ำกลั่นแบตเตอรี่ ทุกช่อง
วิธีป้องกัน:: ควรตรวจเช็คอาทิตย์ละครั้งเป็นอย่างน้อย

ขอขอบคุณ: www.carvariety.com ที่เอื้อเฟื้อข้อมูล... emo35


น้าเสก...รับติดตั้งท่อแทนแคท(ยูเลส) ตระแกรงกันหิน-กรองแอร์ อุด+ฝัง EGR โทร.081-926-6369 บริการจากใจจริงๆ...ฮิ

ออฟไลน์ Mod-Dum®Shop+

  • บริการกันเป็นกันเอง...
  • ไมล์ 8001-9000
  • *
  • กระทู้: 9046
  • ลำดับสมาชิก: 662
  • คะแนน Like 329
  • จังหวัด: รังสิต-คลองสาม ธัญญ 086-5200520
  • ชื่อเล่น: น้าภพ คลอง3
Re: พ่วงแบตฯ ผิดขั้วเป็นไรไหม....
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: 06ก.ย.2013, 15:31:25 »
ไฟ DC 12 V กระเเสสูงครับ ต้องระวังเรื่องขั้วให้ดี ไม่งั้นทีเดียวไปหมดทั้งชุด emo35
กรองแอร์+ฝาปิด Dmax ทุกรุ่น/อุดEGRUro3-4/ตะแกรงกันหิน/โลโก้แดงแท้/Hilanderแท้/เบ้ารองมือ/คิ้วท้าย/AT Meter35 แท้/สมาร์ทเกจ/ท่ออินเตอร์/ท่อแทนเเคท/คันเร่งไฟฟ้า/ประดับยนต์อื่นๆชมด้านใน-->http://www.newdmax-club.com/index.php/topic,2212.0.html[/siz

ออฟไลน์ DE

  • ไมล์ 1001-2000
  • *
  • กระทู้: 1676
  • ลำดับสมาชิก: 8507
  • คะแนน Like 68
  • จังหวัด: ระยอง
  • ชื่อเล่น: เอ
Re: พ่วงแบตฯ ผิดขั้วเป็นไรไหม....
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: 06ก.ย.2013, 17:47:59 »
อันตรายมากๆ เลยครับ  ทุกวันนี้ผมเปิดเครื่องเสียงฟัง ไม่กล้าเมามาก ( ตอนนี้เข้าพรรษาอยู่ อิอิ ) ต้องคอยติดเครื่องตลอด  กลัวไฟหมด แล้วต้องพ่วงแบตนี่แหละ    emo4

ออฟไลน์ YOTEWARIT

  • ไมล์ 6001-7000
  • *
  • กระทู้: 6894
  • ลำดับสมาชิก: 5993
  • คะแนน Like 334
  • มิตรภาพไม่มีวันจาง NDC : 555
  • จังหวัด: ชลบุรี
  • ชื่อเล่น: ยศ
Re: พ่วงแบตฯ ผิดขั้วเป็นไรไหม....
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: 06ก.ย.2013, 18:51:27 »
ยาวอีกไป

ออฟไลน์ นาท_X-series NDC.1675

  • ขับรถด้วยความใจเย็น เพื่ออุบัติเหตุที่น้อยลง
  • ไมล์ 1001-2000
  • *
  • กระทู้: 1320
  • ลำดับสมาชิก: 1453
  • คะแนน Like 41
  • นิดๆหน่อย ยอมได้ยอม ไปเถอะครับ
  • จังหวัด: ปราจีนบุรี-ตรัง
  • ชื่อเล่น: นาท
Re: พ่วงแบตฯ ผิดขั้วเป็นไรไหม....
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: 06ก.ย.2013, 18:54:22 »
ผมเคยเจอ สายพ้วงละลายเลยครับ  emo41 emo41 emo41

ออฟไลน์ tooksum

  • ไมล์ 101-300
  • *
  • กระทู้: 128
  • ลำดับสมาชิก: 5285
  • คะแนน Like 4
Re: พ่วงแบตฯ ผิดขั้วเป็นไรไหม....
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: 08ก.ย.2013, 18:05:26 »
ผมเคยเจอครับพ่วงแบตผิดบู๊มการเป็นโก้โก้ครันเลย พ่วงแบตมีไฟ 110 amp 2 ลูก กับ แบต หมดไฟ 1ลูก ทำไปได้ ผลแบตมีไฟระเบิด emo10

ออฟไลน์ da1

  • ไมล์ 1001-2000
  • *
  • กระทู้: 1255
  • ลำดับสมาชิก: 6347
  • คะแนน Like 55
Re: พ่วงแบตฯ ผิดขั้วเป็นไรไหม....
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: 08ก.ย.2013, 20:05:53 »

 สายไฟที่จ่ายให้ระบบทุกจุด จะผ่านการคำนวนให้ใช้กระแสเกิน ได้อยู่แล้วครับ  แต่จะต่องมีระยะเวลาด้วย

 นั้นหมายความว่า สายไฟเส้นนั้นจะต่องมีการลัดวงจร (ผิดขั้ว) ไม่เกิน 10 วินาที ถ้าเกินนั้นไปจะทำให้

สายไฟเกิดความร้อนสะสมได้ (ไหม้)  ฉนวนกั้นจะละลายได้  แต่ถ้าเรารู้ว่าผิดขั่ว (ต่องรู้ตัวอยู่แล้วแพระมี

ประกายไฟแลบออกขนาดนั้น)  เรารีบเอาขั้วแบต ออกทันเวลา  3-5 วินาที ระบบสายก็ยังทนได้ ไม่ทำให้ระบบ

สายไฟเสียหายเลย  อันนี้สบายใจได้เลยครับ  ส่วนวงจรอีเล็กทรอนิกส์ จะมีวงจรป่องกันการกลับขั้วให้

มาพร้อมอยู่แล้วครับ ในวงจร โดยใช้ไดโอดจำกัดการไหลของกระแสไฟในระบบ  ถ้าระยะที่เราถอดออก

ภายใน 3-5 วินาทีตอนที่เรารู้ว่าผิดขั้ว ระบบวงจร อีเล็กทรอนิกส์ ก็ปลอดภัยทุกประการ จะไม่เกิดความเสีย

หาย  อันนี้ก็สบายใจไปอีกขั้น ว่าระบบปลอดภัยแน่.. ครับ  emo64 emo64 emo64
ครูช คอนโทรล All New ติดต่อ 0806524681(ออย)

ออฟไลน์ GASS_OH NDC 1387

  • ไมล์ 101-300
  • *
  • เจ้าของกระทู้
  • กระทู้: 213
  • ลำดับสมาชิก: 8643
  • คะแนน Like 14
  • เหมือนคนอื่นทำไม ในเมื่อเราแตกต่างได้
  • จังหวัด: สมุทรปราการ
  • ชื่อเล่น: อ๊อด คร้าบ
Re: พ่วงแบตฯ ผิดขั้วเป็นไรไหม....
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: 11ก.ย.2013, 12:25:54 »

 สายไฟที่จ่ายให้ระบบทุกจุด จะผ่านการคำนวนให้ใช้กระแสเกิน ได้อยู่แล้วครับ  แต่จะต่องมีระยะเวลาด้วย

 นั้นหมายความว่า สายไฟเส้นนั้นจะต่องมีการลัดวงจร (ผิดขั้ว) ไม่เกิน 10 วินาที ถ้าเกินนั้นไปจะทำให้

สายไฟเกิดความร้อนสะสมได้ (ไหม้)  ฉนวนกั้นจะละลายได้  แต่ถ้าเรารู้ว่าผิดขั่ว (ต่องรู้ตัวอยู่แล้วแพระมี

ประกายไฟแลบออกขนาดนั้น)  เรารีบเอาขั้วแบต ออกทันเวลา  3-5 วินาที ระบบสายก็ยังทนได้ ไม่ทำให้ระบบ

สายไฟเสียหายเลย  อันนี้สบายใจได้เลยครับ  ส่วนวงจรอีเล็กทรอนิกส์ จะมีวงจรป่องกันการกลับขั้วให้

มาพร้อมอยู่แล้วครับ ในวงจร โดยใช้ไดโอดจำกัดการไหลของกระแสไฟในระบบ  ถ้าระยะที่เราถอดออก

ภายใน 3-5 วินาทีตอนที่เรารู้ว่าผิดขั้ว ระบบวงจร อีเล็กทรอนิกส์ ก็ปลอดภัยทุกประการ จะไม่เกิดความเสีย

หาย  อันนี้ก็สบายใจไปอีกขั้น ว่าระบบปลอดภัยแน่.. ครับ  emo64 emo64 emo64


ขอบคุณมากครับน้า ตอนนี้ใช้รถมาอาทิตย์กว่าแล้ว ปกติดีไม่มีปัญหาอะไรครับ ขั้วแบตมีรอยช็อต แต่ไม่มาก


HI 4D 2.5vgs Z สีดำๆ NDC. 1387  "มังกรพลัดถิ่น หรือจะสู้ งูดินเจ้าที่"

ออฟไลน์ YOTEWARIT

  • ไมล์ 6001-7000
  • *
  • กระทู้: 6894
  • ลำดับสมาชิก: 5993
  • คะแนน Like 334
  • มิตรภาพไม่มีวันจาง NDC : 555
  • จังหวัด: ชลบุรี
  • ชื่อเล่น: ยศ
Re: พ่วงแบตฯ ผิดขั้วเป็นไรไหม....
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: 11ก.ย.2013, 12:50:51 »
แวะมาเก็บ

ออฟไลน์ Chanwut

  • ไมล์ 8001-9000
  • *
  • กระทู้: 9148
  • ลำดับสมาชิก: 7037
  • คะแนน Like 181
  • NDC.1015...V-CROSS 4D 3.0 AT
  • จังหวัด: ...ระยอง...
  • ชื่อเล่น: ...น้าหนุ่ม...
Re: พ่วงแบตฯ ผิดขั้วเป็นไรไหม....
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: 14ก.ย.2013, 11:27:27 »
... พ่วงแบต...ต้องดูให้ดีครับ...อย่าให้ผิดขั่ว...เพราะจะทำให้ระบบไฟเสียหายได้...ครับ...
...ALL NEW ISUZU DMAX 4D V-CROSS 3.0 VGS Z-PRESTIGE NAVI AT...2012